Buscar

กำลังโหลด...

วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สวนผึ้งรีสอร์ท


















เดินทางง่ายค่ะ ไปเช้า เย็นเกลับได้ ไม่ต้องพักค้างคืน ทางรีสอร์ทอนุญาติให้เข้าไปถ่ายรูปได้ตอน 11 - บ่าย 2 โมงค่ะ เพื่อไม่ให้ไปรบกวนลูกค้าที่เข้ามาพัก
การเดินทางก็มีป้ายบอกทางตลอดค่ะ หรือจะสอบถามชาวบ้านที่นั้นก็ได้ แต่ถ้ากลัวเสียเวลา ก็ค้นหาแผนที่ใน google ค่ะ มีเยอะแยะเลย

วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ลูกป่วยค่ะ

เมื่อวัน 28 กรกฏาคม 2554 พาลูกไปฉีดวัคซีคไข้หวัดใหญ่ เข็ม 2 มา วันศุกร์ก็ไปโรงเรียนได้ ไม่มีอาการไข้แต่อย่างใด ปรากฏว่าคืนวันเสาร์ ตัวร้อนเลย วัดไข้ได้ 39 องศา เลยอ่ะ ทำงัยดี ให้กินยาลดไข้ก่อน แล้วเช็ดตัวตลอดก่อนแล้วกันนะ ตอนนี้เวลา 22:00 นฬ เป็นห่วงลูกจังเลย
    อยากเป็นไข้เองจัง ทำงัยดีหน่อ  ดูลูกไปด้วย ดูละครไปด้วย  เดี่ยวขอรอดูอาการก่อนแล้วกันนะ ทำใจเย็นๆ ไว้

วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วัดร่องขุ่น เชียงราย หรือ วัดอาจารย์เฉลิมชัยสร้าง




เชียงราย




พาน้องแพงไปเที่ยวตอนอายุได้ 8 เดือน ไปช่วงวันที่ 5 ธันวาม อาการดีมาก แล้ววัดก็สวยมากกก ด้วยเช่นกัน  ถ้ามีโอกาศลองไปเที่ยวชมด้วยนะค่ะ 

ลูกไม่กินข้าว ทานอยาก เลือกกิน

         เป็นปัญหาที่คุณพ่อ คุณแม่หนักใจแน่นอน แต่ทุกปัญหามาทางแก้ค่ะ แต่จะได้ผลมากน้อยแค่ไหน ต้องลองนำไปทำกันดูนะค่ะ น้องแพง ก่อนเข้าเรียน เนอร์เซอรี่ ก็จะทานน้อยค่ะ คุณแม่ ซื้อ พีดีชัวร์มาให้ลอง ก็ทานแต่นมค่ะ ก็ลองมาดูว่าเราให้นมเยอะเกินไปหรือเปล่า ผลออกมาคือใช้ เราให้น้องดื่มนมมากไป

ข้อแรก พยามลดมื้อนมค่ะ ป้อนข้าวเพิ่มค่ะ
ข้อสอง ทุกครั้งที่คุณพ่อคุณแม่ทานข้าว ก็จะมีชามข้าวาน้องนั้งรวมโต๊ะอาหารด้วย คุณพ่อป้อนคุณแ้ม่ คุณแม่ป้อนคุณพ่อ ได้ผลค่ะ น้องบอกป้อนหนูด้วย กินด้วยค่ะ เราก็แกล้งป้อนผิดบ้างถูกบ้าง สนุกสนานกันไป ทำแบบนี้่ทุกวัน
ข้อสาม เด็กส่วนใหญ่เลยนะค่ะชอบทานข้าวนอกบ้านค่ะ คุณพ่อคุณแม่สะดวกก็ลองพาไปอาิทิตย์ละ ครั้ง นะค่ะ
ข้อสี่ หายเพื่อนวัยใกล้เคียงค่ะ แล้วทานพร้อมกัน เล่นไปด้วย ทานไปด้วย แป๊ปด้วยหมดจานแล้วจ้า
ข้อห้า  คุณหมอจะแนะนำให้เด็กทานไข่วันละ อย่างน้อย 1 ฟอง ถามลูกเลยค่ะ จะกินไข่อะไรดีค่ะ ไข่ดาว ไข่เจียว หรือ ไข่ต้ม แล้วก็พาเข้าครัว ให้ลูกเห็นการทำไข่ โดยให้เขามีส่วนรวม เช่นถ้าเลือกไข่ต้ม ก็ให้ลูกเอาหม้อใส่น้ำ ใส่ไข่ แล้วคุณแม่ก็ตั้งไฟ รอจนสุข ลูกได้ทำไข่ต้มเอง ก็จะมีความสุข และยินดีที่จะได้ทานฝีมือตัวเองค่ะ
ข้อหก  พาลูกไปซื้อกับข้าว หรือไปตลาด โดยให้ลูกมีสามารถเลือกอาหารที่ลูกต้องการกินเพื่อให้เขามีส่วนร่วมค่ะ

ลองดูนะค่ะ ได้ผลยังงัยกับบ้างเขียนมาบอกกันด้วยนะค่ะ

อาการหลังฉีดวัคซีค

การฉีดวัคซีนเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายของเด็กสร้างภูมิคุ้มกันของตนเองด้วยเชื้อโรคที่อ่นแรงหรือบางส่วนของเชื้อโรคที่มีฤทธิ์กระตุ้นการส้างภูมิคุ้มกันได้ฉะนั้นเมื่อลูกของท่านรับฉีดวัคซีนในวันนี้แล้วอาจมีอาการบางอย่างเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้เนื่องจากร่างกายมีปฏิกิริยาต่อวัคซีนซึ่งโดยทั่วไป จะมีอาการไม่มากและจะหายไปเอง
  1. ตุ่มหนอง มักเกิดจากวัคซีน บี ซี จี ที่ฉีดที่ไหล่ซ้ายตอนแรกคลอด พบหลังฉีด 2-3 สัปดาห์และเป็นๆ ยุบๆ 3-4 สัปดาห์จึงหายเอง
  2. ปวด บวม แดง ร้อน บริเวณที่ฉีดวัคซีนเด็กอาจจะร้องกวน งอแงได้ ถ้าอาการมาก คุณแม่อาจใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบและรับประทานยาแก้ปวด
  3. ไข้ตัวร้อน มักเกิดในวัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก* ที่ฉีดตอนอายุ 2 เดือน 4 เดือน 6 เดือน 18 เดือน และ 4 ปี คุณแม่ควรช่วยเช็ดตัวลูกด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นหมาด ๆ โดยเฉพาะบริเวณซอกคอ ข้อพับต่างๆ ควรเช็ดมากๆ และอาจให้รับประทานยาลดไข้ประเภท พาราเซตามอล
  4. ไอ น้ำมูก ผื่น อาจพบหลังฉีดวัคซีนพวกหัด หัดเยอรมันไปแล้ว 5 วัน โดยมากจะไม่รุนแรง ถ้าเด็กมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ซึม เพลียมาก ไม่เล่น ดูดนม หรือรับประทานอาหารไม่ได้ต้องพากลับมาพบแพทย์ แต่ถ้าไม่มีอาการอื่น ๆ มักหายเอง แนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ
  5. ชัก มักไม่ได้เกิดจากผลของวัคซีนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันโดยตรง แต่อาจเกิดจากไข้สูงจัดเกินไป ดังนั้นการป้องกันอย่าให้ไข้สูงเกินไป จึงมีความสำคัญมาก และเมื่อเกิดชักแล้วต้องปฏิบัติดังนี้
    1. ผู้ปกครองต้องตั้งสติให้ดี ไม่ตกใจ
    2. จับหน้าของเด็กหันไปด้านข้างด้านใดด้านหนึ่ง หรือ นอนคว่ำเพื่อป้องกันการสำลัก
    3. ไม่แนะนำ ให้เอาของแข็ง เช่น นิ้วมือ ช้อน ไม้ ฯลฯ ใส่ในปาก เพราะจยิ่งทำให้สำลักมากขึ้น ยังไม่เคยพบใครชักแล้วกัดลิ้นตัวเองขาด
    4. รีบนำส่งโรงพยาบาล หรือ สถานพยาบาลใกล้บ้าน
    5. ระหว่างเดินทางถ้าเด็กยังตัวร้อนควรเช็ดตัวมาตลอดทางด้วย

ต้องสังเกตอย่างใกล้ชิดนะค่ะ  และต้องพาลูกเข้ารับวัคซีคให้ครบตามกำหนดด้วยค่ะ   ที่สำคัญทุกครั้งที่ไปพบแพยท์ คุณผู้ปกครองมีสิทธิ์ถามทุกอย่างที่ต้องการรู้จากแพทย์ได้เลย แพยท์ที่ดี เขาต้องยินดีตอบคำถามเราทุกเรื่องค่ะ  การรับวัคซีค สามารถไปตามโรงพยาบาล หรือ คลีนิค หรือ สาธารณะสุขได้เลยนะค่ะ แต่สาธารณะสุข หรือ อนามัยอาจจะไม่ม่วัคซีคบางตัว คุณพ่อคุณแม่ลองโทรสอบถามก่อนเดินทางก็จะไม่ต้องเสียเวลาค่ะ


โดยทั่วไปแล้ว ถ้าเด็กมีไข้ คุณหมอจะไม่ฉีดวัคซีนให้นะค่ะ รอให้หายป่วยก่อนแล้วค่อยไปฉีด



มา : จากแผ่นพับ "วัคซีนน่ารู้" เรียบเรียงโดย นายแพทย์ วีระชัย วัฒนวีรเดช

วัคซีคสำหรับเด็ก สำคัญมากนะค่ะ

วัคซีค

ตารางฉีดวัคซีนสำหรับเด็ก
อายุวัคซีน
แรกเกิด
  • บีซีจีป้องกันวัณโรค
  • ตับอักเสบ บี ครั้งที่ 1
2 เดือน
  • คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้งที่ 1
  • ตับอักเสบ บี ครั้งที่ 2
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ* ครั้งที่ 1
  • โปลิโอ ครั้งที่ 1
(ปัจจุบันมีวัคซีนรวม 6 โรค ในเข็มเดียว)
4 เดือน
  •  คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้งที่ 2
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ* ครั้งที่ 2
  • โปลิโอ ครั้งที่ 2
(ปัจจุบันมีวัคซีนรวม 5 โรค ในเข็มเดียว)
 6 เดือน
  • วัคซีนป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้งที่ 3
  • วัคซีนป้องกันตับอักเสบ บี ครั้งที่ 3
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ* ครั้งที่ 3
  • หยอดโปลิโอ ครั้งที่ 3
(ปัจจุบันมีวัคซีนรวม 6 โคร ในเข็มเดียว)
 9-12 เดือน
  •  หัด คางทูม หัดเยอรมัน ครั้งที่ 1
 1 ปีขึ้นไป
  • อีสุกอีใส *
 1-2 ปี
  • ไข้สมองอักเสบ ครั้งที่ 1 และ 2 โดยให้ห่างกัน 1-2 สัปดาห์ และครั้งที่ 3 ห่างจากครั้งแรก 1 ปี
 1 ปีครึ่ง
  • คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้งที่ 4
  • โปลิโอ ครั้งที่ 4
 2 ปีขึ้นไป
  • ไวรัสตับอักเสบ เอ* 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน
 4-6 ปี
  • คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้งที่ 5
  • โปลิโอครั้งที่ 5
  • หัด คางทูม หัดเยอรมัน ครั้งที่ 2
 หลังจากนี้
  • คอตีบ บาดทะยัก ทุกๆ 10 ปี
(ปัจจุบันมีวัคซีนรวม 3 โรค ในเข็มเดียว - คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน สำหรับฉีดกระตุ้น)
 หมายเหตุ * ให้ตามดุลยพินิจของแพทย์และผู้ปกครอง

สำหรับลูกที่กำลังเข้าโรงเรียน  วัคซีคไวรัสตับอักเสบ A สำคัญมากเพราะสามารถติดเชื่อการอาหาร และของใช้รวมกันค่ะ

หลังฉีดวัคซีน




วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ไปเที่ยวสวนผึ้ง เลี้ยงแกะ ราชบุรี







http://www.youtube.com/watch?v=YMTyGLYhKsQ

ลูกไปโรงเรียนวันแรก

       โรงเรียนอนุบาล หรือ เนอร์เซอรีสมัยนี้ ส่วนใหญ่ จะให้ผู้ปกครองอยู่กับลูกก่อน ในวันแรก และจะให้กับบ้าน ช่วงก่อนเที่ยง เพื่อทำความคุ้นเคยกันก่อน หรือบ้างโรงเรียนจะให้อยู่ ถึง 3วัน ขึ้นอยู่กับว่าเด็กจะปรับตัวได้มากน้อยเพียงใด  ส่วนของน้องแพง คุณแม่อยู่แค่วันเดี่ยวค่ะ วันที่ 2 ก็แอบอยู่ข้างนอกเพื่อดูอาการ ปรากฏว่าเข้ากับเพื่อนและคุณครูได้ดี ก็เลยแอบไปเสริมความงามแล้วกับมารับตอน บ่ายโมง สบายค่ะ
ไปโรงเรียนวันแรก
วันที่ 3 ก็ทำเหมือนวันที่ 2 แต่กลับมารับตอน บ่าย 2 โมงครึ่ง วันต่อๆๆมา ก็สบายเลยค่ะ 4 โมงเย็นได้เลยค่ะ
         ส่วนช่วงเช้า ก็มีอาการนิดหน่อยค่ะ ก็ตื่นเช้า อาบน้ำ แต่งตัว ปกติ ขึ้นรถ แต่พอเลี้ยวเข้าหน้าปากซอยโรงเรียนอาการออกค่ะ แม่ไปซื้อข้าวก่อนนะ หิวข้าวอ่ะ ถึงหน้าโรงเรียนพอดี คุณครูมารับ เบะปากนิดหน่อยค่ะ คุณครูชวนคุย ก็ลืม ค่ะ ประมาณ 2 อาทิตย์ ค่ะ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ
         มีโอกาศได้คุยกับคุณครูว่า เพื่อนๆ น้องแพงแต่ละคนว่าเป็นงัยบ้าง ก็มีน้องบางคน ร้องเป็นเดือนก็มีนะค่ะ หรือไม่ร้องเลยก็มี ที่อยากที่สุดก็เคือไม่ให้ความรวมมือใดๆทั้งสิ้น ก็มี แต่่ก็เป็นส่วนน้อย เพราะเพื่อนๆในห้องจะเป็นฑูตตัวน้อยๆ ที่จะช่วยกับปรับตัวกับเพื่อนๆ ค่ะ เพราะฉะนั้นคุณผู้ปกครองไม่ต้องเป็นห่วงนะค่ะ ต้องใจแข็งค่ะ ไม่ใช่ว่าลูกร้องก็ตามใจ ไม่ไปก็ไม่ไป ให้คิดไว้เสมอว่ามีกรณีเดียวเท่านันที่ไม่ให้ไปโรงเรียนก็คือ ลูกป่วยค่ะ สุดท้ายยังไงก็ปรับตัวได้ค่ะ
         ลองดูนะค่ะ เป็นงัยมาบอกกันฟัง หรือมาพูดคุยกันบ้างนะค่ะ ว่าประสบการณ์ของใครเป็นงัยบ้าง

วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เก่ง และ เป็นคนดีด้วย

เลี้ยงลูกให้เก่ง

          ถ้าลูกไม่อยากอ่านหละ จะทำไงดี    คุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ปกครอง ก็พาลูกเข้าร้านหนังสือ ให้เขาเลือกหนังสือที่เขาอยากอ่านเอง โดยคุณพ่อ คุณแม่ก็คอยดูเนี้อหา ว่าเหมาะสมหรือไม่ เป็นหนังสืออะไรก็ได้ กาตูร์ ก็ได้ค่ะ ลองเริมดูนะค่ะ


        

      มีโอกาศได้อ่านหลังสือเล่มหนึ่งซึ้่งเป็นหนังสือของเกาหลี ที่เป็นประเทศที่ใช้เงินเกี่ยวกับการศึกษาศึกษามาที่สุดในโลก  เขาแนะนำไว้ง่ายๆ อ่านแล้วคิดว่าน่าจะปฎิบัติได้จริง  พอจะสรุปได้ดังนี้ค่ะ

สอนให้ลูกอ่าน
       การอ่านเป็นหัวใจหลังเลยนะค่ะ ถ้าลูกเรามีพื้นฐานการอ่านที่ดี ก็จะส่งผลไปยังหลายๆ ด้าน เช่นสามารถเข้าใจถึง โจยท์ข้อสอบต่างๆ และ สามารถอธิบายความต้องการของตัวได้เป็นอย่างดี แต่การอ่านที่ดีต้องเร่ิมจากอ่านภาษาท้องถิ่นแต่ละประเทศให้ได้ก่อน เช่นเราคนไทย ลูกเราก็ต้องมีความรู้ด้านภาษาได้เป็นอย่างดี แล้วภาษาที่ 2 ที่ 3 ที่คุณพ่อ คุณแม่สมัยนี้ต้องการ ก็จะออกมาได้ดีเลยค่ะ คิดตามง่ายๆ นะค่ะ ถ้าภาษาไทยยังพูด-ฟังไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง แล้วจะสอนภาษาอื่นให้เข้าใจได้อย่างไรค่ะ ที่เกาหลีเขามีโรงเรีียนต้นแบบ สำหรับให้นักเรียนอ่านหนังสือทุกวันก่อนเข้าห้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นหนังสืออะไรก็ได้ที่เด็กชอบ 10 นาที โดยมีห้องที่ไม่เข้ารวมการอ่าน มาวัดผลกัน ปรากฏว่าห้องที่อ่านหนังสือทุกเช้าก่อนเข้าห้องเรียน ออกมาผลการเรียนก้าวหน้ามากกว่า 20% โดยเฉพาะเด็กที่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับการเรีียนอ่อน ก็มีผลการเีรียนที่ดีขึ้น นักวิชาการที่เกาหลีได้สรุปไว้ว่า การอ่านหนังสือตอนเช้า เหมือนเป็นการบริหารสมอง ให้สมองมีการ วอมก่อนการเรียน  นั้นาคือเวลาที่ดี แต่ก็สามารถอ่านได้ทั้งวันนะค่ะ แต่ต้องเริ่มจาการสมัครใจ ไม่ใช้อ่านเพราะโดนบังคับ

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

โรงเรียนอนุบาลปราณี และ เนอร์เซอรี่

      โรงเรียนอนุบาลปราณี และ เนอร์เซอรี อยู่ใน ซอยอุดมสุข 41 เป็นโรงเรียนที่มีแค่เด็กเล็กๆ  แผนก เนอร์เซอรี ถึง  อนุบาล 3  เป็นโรงเรียนที่อยู่ในซอยอุดมสข เดินทางสะดวก และไม่มีของมาขายหน้าโรงเรียน ที่สำคัญบ้านทุกหลังในซอยน่ารักมาก ช่วยเหลือ และ อำนวยความสะดวก กับการใช้รถใช้ถนน น่ารักทุกันทุกคนเลยนะค่ะ บริเวณหน้าโรงเรียนไม่มีรถ หรือ ร้านขายขนม ลูกอม หรือของเล่นที่จะต้องทำให้ผู้คุณผู้ปกครองต้องเสียเงิน หรือไม่ต้องกลัวว่าลูกที่เป็นสุดที่รักจะซื้อลูกอบ ขนมที่ไม่มีประโยชน์ บริเวณภายในโรงเรียนจะแบ่งเป็นแผนก มีลักษณะเป็น สองฝัง มีสนามเล็กเล็ก กำลังดีน่ารัก ไม่ใหญ่เกินไป คุณครูสามารถดูแลได้ทั่วถึง ถึงภายในจะดูว่าเล็กนะค่ะ แต่บรรยกาศอบอุ่นมากค่ะ ห้องเรียนสะอาดห้องน้ำดูแล้วความปลอดภัยสูง ปลอดภัยจากการลืนล้ม หรือ เชื้อโรคต่างๆ นานา เพราะมีเวณทำความสะอาดทุก 1 ชม.
เลย ห้องอาหาร แยก ระหว่าง ห้อง เนอร์เซอร์รี่ และห้องอาหารเด็กโต คือ อนุบาล  1-3  แผนก เนอร์เซอรี่ จะมี ด้วยกัน แค่ 2 ห้อง รับตั้งแต่ 1 ขวบขึ้นไปค่ะ แต่คุณครูไม่ได้รับเด็กทุกคนนะค่ะ คุณพ่อแม่ต้องไปคุยกับคุณครูก่อน ว่ามีความคิด หรือ แนวทางเป็นอย่างไรกันบ้าง ค่าเทอมสามารถชำระเป็นรายเดือนได้ด้วยนะค่ะ และยังมีบริการอาหารเช้าสำหรับเด็กที่ทานข้าวเช้าที่บ้านไม่ทัน เพิ่มแค่เดือนละ 300 บาท โดยที่จะมีคุณครูมาดูแล และ ควบคุมให้ลูกทานอาหารเช้าด้วยค่ะ ส่วนเวลาเลิกเรียน ผู้ปกครองสามารถมารับได้ตั้งแต่ บ่าย 2 ถึง 4โมงเย็น สามารถช้ากว่านั้นได้นิดหน่อย โดยเราสามารถโทรไปแจ้งคุณครูนิดหนึ่ง หรือถ้าคุณแม่รับหลังจากเลิกทำงานแล้วก็ต้องเสียค่าอาหารมื้อเย็นเพิ่มให้คุณลูกด้วยค่ะ แค่เดือนละ 500 บาท  ถูกมากนะค่ะ เพื่อนน้องแพง บางคนคุณพ่อ คุณแม่ทำงานเลิกเย็นก็จะฝากคุณครู ถึง 6 โมงเย็น  นอกจากนั้นยังเป็นโรงเรียนที่เปิดโอกาศให้คุณพ่อ คุณแม่สามารถมาแอบดูการเรียนการสอน ของลูกได้ตลอดเวลา ด้วยค่ะ ดีมาก  คุณแม่ได้มีโอกาศไป ปฐมนิเทศ มา คุยแม่ยิ่งประทับใจมากค่ะ เดียวว่างจะเล่าให้ฟังต่อนะค่ะ


ที่สำคัญ ส่วนตัวแล้วมีความรู้สึกว่าเป็นโรงเรียนเอกชลที่เป็นโรงเรียนเพื่อให้การศึกษาอย่างแท้จริง ไม่ใช่โรงเรียนที่มีธุรกิจการศึกษาบังหน้า

คุณแม่ฝากช่วยอุดหนุนด้วยนะค่ะ   หาเงินทุนการศึกษาให้ลูกสาวค่ะ

www.jewelrymodern.com
โปรโมชั่นนะค่ะ คุณลูกค้าที่แจ้งว่าทราบมาาจาก Blogger นี้ ซื้อครบ 300 ส่งฟรีค่ะ



โีรงเรียนอนุบาลในกรุงเทพ

Anxiety.png โรงเรียนอนุบาลเฉพาะ อ.1- อ.3
ชื่อโรงเรียนเขตจังหวัด
  อนุบาลบ้านไทยวัฒนาเขตวัฒนากทม.
  อนุบาลกุ๊กไก่คลองเตยกทม.
  อนุบาลเชาวน์ดีคลองสานกทม.
  อนุบาลสุวาวรรณคลองสานกทม.
  อนุบาลราชเดชคันนายาวกทม.
  อนุบาลโชติมาจตุจักรกทม.
  อนุบาลเซนต์จอห์นจตุจักรกทม.
  อนุบาลปรางทิพย์จตุจักรกทม.
  อนุบาลแย้มสอาดจตุจักรกทม.
  อนุบาลรุ่งวิทยาจตุจักรกทม.
  อนุบาลเศรษฐบุตรจตุจักรกทม.
  อนุบาลอาภาภิรมย์จตุจักร  กทม.
  จินดามณีจอมทองกทม.
  อนุบาลพรพิมพ์จอมทองกทม.
  อนุบาลเกษรดอนเมืองกทม.
  อนุบาลดอนเมืองบริรักษ์ดอนเมืองกทม.
  อนุบาลธนินทรดอนเมืองกทม.
  อนุบาลนกน้อยตลิ่งชันกทม.
  อนุบาลจารุเวช ทวีวัฒนากทม.
  อนุบาลบ้านโดมทุ่งครุกทม.
  อนุบาลวรรณบูรณ์ศึกษาธนบุรีกทม.
  อนุบาลแสงอรุณธนบุรีกทม.
  อนุบาลฐนิตาบางกอกน้อยกทม.
  อนุบาลชุติมาบางกะปิกทม.
  อนุบาลทองฤทัยบางกะปิกทม.
  อนุบาลวิมลทิพย์บางกะปิกทม.
  อนุบาลนพรัตน์บางขุนเทียนกทม.
  อนุบาลวันเฉลิมบางขุนเทียนกทม.
  อนุบาลชัยพฤกษ์บางเขนกทม.
  อนุบาลอนงค์นาฏบางเขนกทม.
  อนุบาลเด่นหล้าบางแคกทม.
  อนุบาลยุวภัทร   บางแคกทม.
  นวพัฒน์วิทยาบางซื่อกทม.
  อนุบาลแสงโสมบางซื่อกทม.
  อนุบาลบุษกรบางพลัดกทม.
  อนุบาลเปล่งประสิทธิ์สีลมบางรักกทม.
  อนุบาลเครือคล้ายบึงกุ่มกทม.
  อนุบาลมารีนิรมลบึงกุ่มกทม.
  อนุบาลศรีนครพัฒนาบึงกุ่มกทม.
  อนุบาลสายสุดาบึงกุ่มกทม.
  อนุบาลตันติเมธประตูน้ำกทม.
  อนุบาลจินดาพรประเวศกทม.
  อนุบาลจินดารัตน์ประเวศกทม.
  อนุบาลเปล่งประสิทธ์ศรีนครินทร์ประเวศกทม.
  อนุบาลมารียาประเวศกทม.
  อนุบาลเปล่งประสิทธิ์สายลมพญาไทกทม.
  อนุบาลบ้านหวานพระโขนงกทม.
  อนุบาลดารวีภาษีเจริญกทม.
  อนุบาลธีรานุรักษ์ภาษีเจริญกทม.
  อนุบาลบ้านสวนภาษีเจริญกทม.
  อนุบาลบ้านสวนและเนอสเซอรี่   ภาษีเจริญกทม.
  อนุบาลจิตรเกษมมีนบุรีกทม.
  อนุบาลหมีน้อย(แพนด้า)ราชเทวีกทม.
  อนุบาลบูรณะศึกษาราษฎร์บูรณะกทม.
  อนุบาลปัญญาศักดิ์ราษฎร์บูรณะกทม.
  อนุบาลแสงอารีย์ราษฎร์บูรณะกทม.
  ปิยะพงษ์วิทยาลาดพร้าวกทม.
  อนุบาลโชคชัยลาดพร้าวลาดพร้าวกทม.
  อนุบาลเยี่ยมนุชลาดพร้าวกทม.
  อนุบาลวรวรรณาลาดพร้าวกทม.
  อนุบาลช้างเผือกวังทองหลางกทม.
  อนุบาลทองฤทัยวังทองหลางกทม.
  อนุบาลบ้านครูวังทองหลางกทม.
  อนุบาลราชพงษาวังทองหลางกทม.
  อนุบาลเทพสุดาสวนหลวงกทม.
  อนุบาลบ้านริมคลองสวนหลวงกทม.
  อนุบาลศรีเสริมวิทย์สวนหลวงกทม.
  อนุบาลสุวัฒนาสวนหลวงกทม.
  อนุบาลจันทร์เจ้าสาทรกทม.
  วรนาถวิทยาสายไหมกทม.
  อนุบาลปิยะพัฒนาสายไหมกทม.
  อนุบาลอมรรัตน์สายไหมกทม.
  เลิศหล้า เพชรเกษมหนองแขมกทม.
  อนุบาลก้องหล้าหนองแขมกทม.
  อนุบาลนัยนาหนองแขมกทม.
  อนุบาลยุวมิตรหนองแขมกทม.
  อนุบาลเข็มทองหลักสี่กทม.
  อนุบาลฉัตรเฉลิมหลักสี่กทม.
  อนุบาลโชคชัยห้วยขวางกทม.
  อนุบาลทรงวิทย์ห้วยขวางกทม.
  อนุบาลวัฒนานิเวศน์ห้วยขวางกทม.
  อนุบาลยุคลธรหัวหมากกทม.
  อนุบาลเฟื่องฟ้าทองผาภูมิกาญจนบุรี
  อนุบาลมณียาบางบัวทองนนทบุรี
  อนุบาลจุติพรปากเกร็ดนนทบุรี
  อนุบาลดวงใจเมือง
โรงเรียนคือบ้านหลังที่ 2 ของลูกนะค่ะ






     ยังมีอีกมากมายที่ไม่มีรายชื่อยู่ในนี้นะค่ะ คุณพ่อคุณแม่ควรจะเริ่มจากโรงเรียนที่ใกล้บ้านที่สุด แล้วเริมต้นสำรวจด้วยตัวท่านเอง ไปดูให้เห็นกับตาม ลองพิจารณาโดยเอาตัวคุณลูกของเราเป็นเกณฑ์นะค่ะ
แล้วเราจะมาคุยกันเรื่อง หัวข้อใดบ้างที่ต้องพิจารณาเป็นสำคัญต่อไป อย่าลืมว่าโรงเรียนคือ บ้านหลังที่ 2 ของลูกนะค่ะ ถ้าไม่มีความสุขที่จะอยู่ในบ้านแล้ว ก็คงจะยากที่เราจะพัฒนาลูกที่เป็นสุดที่รักของเราใช่ไหมค่ะ


คุณพ่อคุณแม่ท่านใด มีความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ เรามาคุย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กัุนได้ตลอดเวลานะค่ะ

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วิธีให้ลูกเลิกขวดนม

ขวดนม
เลิกขวดนม
โดยทั่วไปุคุณหมอจะแนะนำว่าให้เลิกขวดนม เมื่ออายุ 1 ปี อย่างช้าสุดไม่เกินปีครึ่ง โดยเมื่อลูกอายุประมาณ 9 เดือนก็ค่อย ๆ ชวนดื่มจากแก้ว และให้ดูดจากหลอดอย่างสนุกสนาน คนเลี้ยงพ่อแม่ก็ทำด้วย ลูกจะได้เลียนแบบ          หลังจากปีครึ่ง เด็กจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ และมักจะมีการต่อต้านมากขึ้น มักจะเลิกได้ยาก แม่บางคนเป็นห่วง กลัวลูกได้นมน้อยก็ยอม ๆ ไป  แต่ถ้าทำไม่ได้ไม่เป็นไร ลองมาดูวิธีไหนบ้างที่จะลองไปทำได้




1.กำหนดไว้ว่าอยากให้ลูกเลิกตอน ไหนดี แล้วคุณพ่อ คุณแม่บอกลูกล่วงหน้าเลยว่า เดือนหน้าจะไม่กินขวดนมแล้วนะ พูดทุกวัน ทุกครั้งที่ให้ขวดนม พูดแล้วให้เขาตอบหรือเข้าใจ เมือถึงวันที่ตกลง คุณพ่อ คุณแม่ต้องใจแข็งแล้วทำตาม ร้องก็ต้องร้อง ห้ามใจอ่อนเด็ดขาด แค่เมื่อเดี่ยวค่ะ ง่ายไหมค่ะ ลองมาดูวิธีที่ 2
2.ขวดนมเสีย โดยวิธีทำให้ขวดเหม็ดทุกขวด เช่นเอากะปิมาทา หรือผงกระหรี่  หรือ บอระเพชร อะไรก็ได้ที่ลูกไม่ชอบ แล้วให้เขาดม แล้วเอานมกล่องให้แทน
3.ทำจุกนมให้รูกว้างขึ้นเพื่อให้นมหกเลอะใส่ตัว แล้วบอกว่ามันเสียหมดแล้ว 
4.อันนี้ยากหน่อย หักดิบเลยค่ะ เอาขวดนมไปเก็บให้หมด ห้ามให้เห็๋น คุณพ่อ คุณแม่ต้องใจแข็งสุดๆๆๆ


           สำหรับน้องแพง เลือกทำข้อ 1 ค่ะ ตอนครบรอบวันเกิด 2 ขวบค่ะ ร้องประมาณ 1/2 ชั่วโมงจนหลับไป แล้วก็ไม้กินขวดนมอีกเลย
แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลมากนะค่ะ ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำสำคัญต้องให้ลูกรู้จักนมกล่อง หรือการใช้หลอด หรือพาลูกไปซื้อแล้วแบบดูดโดยให้ลูกเป็นคนเลือกเองแล้วบอกเขาว่าแก้วดูดนมนะลูก




ลองดูนะค่ะ ได้ผลยังไงบอกกันด้วยนะค่ะ หรือมีวิธีเด็ด ก็นำมาแนะนำกันบ้างนะค่ะ

เรียนอนุบาลที่ไหนดี




อนุบาลปราณี อุดมสุข
   ขอแนะนำหลักสูตรของแต่หละโรงเรียนที่เขาเลือกมากำหนดหลักสูตรการสอนกัน เพื่อพิจารณาการตัดสินใจ 
แต่โดยส่วนตัวแล้วอยากให้ลูกเรียนโรงเรีียนที่เขามีความสุขและอยากไปทำกิจกรรมที่โรงเรียนมากกว่า เด็กเล็กๆอย่าเน้นวิชาการเลยค่ะ สงสารลูกเถอะค่ะ  ถ้าลูกอยากไปโรงเรียนก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และลูกสามารถพัฒนาตัวเองได้อยู่แล้ว ค่ะ ไม่ต้องตื่นเช้า ไม่ต้องรถติด ข้อสำคัญแค่บุคลากรของโรงเรียนที่เราเลือกดูแลรักเด็ก ต้องดูต้องแต่ แม่บ้าน ถึงคนขับรถด้วยเลยนะค่ะ  อันต่อมาคือความสะอาดค่ะ ต้องได้ 100 เลยค่ะ สำคัญมาก ไม่ต้องเป็นโรงเรียนที่ใหญ่โต แบบเล็กๆ อบอุ่นจะดีกว่าค่ะ เดียวันหลังจะเล่าเรื่องโรงเรียน ของน้องแพง ให้ฟังนะค่ะ ว่าทำไม่ถึงเลือกโรงเรียนรี้


  1. มอสเตสซอรี่ เน้นการสอนตามพัฒนาการและความต้องการของเด็ก เพื่อให้เด็กพึ่งตนเองได้ เรียนรู้เป็นรายบุคคล เน้นการเตรียมการสอนของครูตามขั้นตอน โดยใช้อุปกรณ์ในการฝึกประสาทสัมผัสกับเด็ก      
       2. วอลดอล์ฟ เน้นสอนให้เด็กเรียนรู้ด้วยการเล่น พัฒนาการใช้อวัยวะต่าง ๆ ใช้อุปกรณ์ สอนกิจกรรมให้ฝึกคิดจินตนาการ ทั้งศิลปะ ดนตรี วาดเขียน งานภาคปฏิบัติ เช่น ทำสวน ประกอบอาหาร ประดิษฐ์      
       3. นีโออิวแมนนิส เป็นการนำศาสตร์ทางตะวันออกผสานความทันสมัยแบบตะวันตก เช่น มีการให้เด็กฝึกสมาธิ ทำโยคะ ขณะเดียวกันก็ใช้เสียงเพลงและวิธีการสอนใหม่ ๆ ด้วย      
       4. โครงการ การสอนแบบโครงการให้เด็กรู้จักตัดสินใจโดยสืบค้นข้อมูลตามเรื่องที่เด็กสนใจ ค้นหาคำตอบจากคำถามที่เกี่ยวกับหัวเรื่อง ไม่ว่าคำถามนั้นจะมาจากเด็ก ครู หรือเด็กกับครูร่วมกัน      
       5. เรกจิโอเอมิเลีย เป็นการสอนที่ครู เด็ก ชุมชน พ่อแม่ มีส่วนร่วมในการจัดสภาพแวดล้อมให้เด็กเรียนรู้ สังเกต ตั้งสมมติฐาน สำรวจ แล้วแสดงผลผ่านการวาดภาพ งานปั้น การเล่นละคร งานเขียน      
       6. ภาษาธรรมชาติ การสอนภาษาแบบบูรณาการ ผ่านการฟัง พูด อ่าน เขียนพร้อมกัน ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง เตรียมความพร้อมทุกด้าน ให้เด็กมีพัฒนาการด้านภาษาได้ง่ายและเร็วขึ้น
       7. ไฮ/สโคป เน้นการเรียนรู้แบบลงมือทำ ผ่านมุมเล่นหลากหลาย ด้วยสื่อและกิจกรรมที่เหมาะกับพัฒนาการ และการแก้ปัญหา พร้อมใช้การสอนกลุ่มย่อยเพื่อกระตุ้นพัฒนาการ       

ให้ลูกเข้าโรงเรียนกี่ขวบดี

สมัยรุ่นคุณพ่อ คุณแม่อย่างเราคงไม่มี เตรียมอนุบาล , เนอร์เสอรี่ อย่างเดี่ยวนี้ใช้ไหมาค่ะ หรือถ้ามีก็คือ ฝากเลี้ยง แล้วรุ่นเราก็เข้าเรียน ตอนอายุ 3.5 ขวบ แต่เดี่ยวนี้ไม่เหมือนก่อนเลยนะค่ะ สารพัดโรงเรียน เปิดมาเป็นทางเลือกมากมาย โรงเรียนไทย โรงเรียนต่างประเทศทั่วไปหมด มีหลากหลายราคาให้เลือกสรร ไหนจะสถานที่เปิดตามห้างสรรพสินค้าที่รับเรียนเป็นชั่วโมงอีกมากมาย เราจะเลือกอย่างไรดีหละ ด้วยประสพการณ์ของตัวเองที่ศึกษามากพอสมควร อยากจะแบ่งปันความคิดเล็กๆ ลองให้่คุณพ่อคุณแม่ลองพิจารณาดูค่ะ
         ตอนแรกคิดว่าจะให้ลูกเข้าโรงเรียนตอนอายุ เข้าเกณฑ์ แล้วเข้าเรียนอนุบาล 1 เลย ทำไมจึงคิดแบบนี้ เพราะเราทำงานส่วนตัวที่บ้าน และมีพี่เลี้ยงที่สามารถเลี้ยงลูกให้อยู่ในสายตา ได้ตลอดทั้งวัน และยังมีเวลาสอนเบื้องต้นต่างๆให้กับลูกได้ด้วยตัวเอง และมีความคิดเสมอว่า ลูกยังเล็กเกินไปที่จะเข้าไปเรียนร่วมกับเพื่อนๆ เด็กเล็กที่ปรับตัวได้หรือเปล่า รวมทั้งสารพัดคำบอกเล่าว่าจะได้รับเชื้อไข้ ต่างๆที่ติดมาจากโรงเรียน ลูกจะป่วยบ่อยนะเพราะยังเล็กไม่มีภูมิคุมกัน
           แต่แล้วก็มาถึงเวลา น้องอายุได้ 1ปี 10เดือน พี่เลี้ยงเกิดขอลาออก ทำอย่างไรดีหละ ถ้าเลี้ยงเองทำงานด้วยไม่ไ้ด้ดีทั้งสองอย่างแน่ จึงขอให้พี่เลี้ยงอยู่ต่อ อีกสองเดือน  แล้วก็มานั้งคิดแล้วว่าจะเอาไงดีหละ จะหาพี่เลี้ยงใหม่ดี หรือส่งไปเรียนเลยดี  คิดและหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนอยู่นาน จึงตัดสินใจว่าไม่เอาพี่เลี้ยงใหม่แล้ว หาโรงโรียน หรือ ที่เลี้ยงเด็กที่เรียกว่า  เนอร์เสอรีดีกว่า จึงเริ่มต้นด้วยการหาข้อมูลให้ net และสอบถามทุกคนทมี่พอจะคุยได้ ไม่เว้นแต่แม่ค้า คนขับรถ คุณหมอ  นักวิชาการ ถามและเก็บข้อมลูจึงมาเป็นข้อสรุปได้ดังนี้ค่ะ
                 1. อายุ ไม่ใช้ตัววัดค่ะ อาจแต่ควนจะเริ่มต้น 1.5 ขวบค่ะซึ้งถือว่าไม่เล็กเกินไป
                 2. สำหรับโรงเรียนเด็กเล็กควรจะเป็นโรงเรียนที่ใกล้ และเดินทางได้รวดเร็ว
                    เพราะเด็กเล็กไม่ควรต้องรีบตื่นแต่เช้า เขายังต้องการเวลานอนมากกว่าค่ะ
                 3. ความสะอาดค่ะ เด็กเล็กคุณพ่อและคุณแม่ยังไม่ต้องหวังให้ลูกเก่งวิชาการอ่านออก
                 4. ราคาที่เหมาะสม ไม่ใช้ว่าโรงเรียนที่มีราคาแพง จะดีเสมอไปนะค่ะ ต้องรู้จักเลือกให้
                    พอกับค่าใช้จ่ายในบ้าน
                 5. ไม่ต้องอายนะค่ะที่ลูกของเราเรียนโรงเรียนที่มีราคาค่าเทอมถูกว่าคนข้างบ้าน เพราะลูกของเราอาจจะเก่งกว่าลูกเขาเยอะก็ได้นะค่ะ
               
ไม่ว่าจะเรียนโรงเรียนไหนก็ตาม สุดท้ายแล้วเวลาของลูกคุณพ่อแม่ต้องเสริมเองที่บ้านค่ะ ไม่ยากค่ะแค่คุณแม่ "ช่างพูด" พูดทุกครั้ง สอนทุกวัน เด็กซึมซับได้เองค่ะ และสามารถจำทุกคำที่เราพูด พูดพูด ไปทั้งวัน   "พูดนะค่ะ ไม่ใช่ บ่น"

คุณพ่อคุณแม่ สามารถแลกเปลียนข้อมูลได้นะค่ะ    

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ทำอย่างไรให้ลูกกินผัก

ลูกไม่กินผัก
ลูกๆของของคุณพ่อ คุณแม่ท่านไหนไม่ทานผักบ้างค่ะ มาทางนี้เลยค่ะ มีวิธีง่ายๆจะแน่ะนะค่ะลองไม่ทำกันนะค่ะ  
      ข้อแรกเลยนะค่ะ ตัวคุณพ่อ คุณแม่เองต้องทานเป็นตัวอย่างก็เลยค่ะเวลาทานอาหารมีผักสด หรือผักต้ม 1 จานบนโต๊ะอาหารทุกครั้งค่ะ ในจานก็ครวจะมีผักแครอท แตงกว่า อะไรก็ได้ที่คนในบ้่านชอบ คุณพ่อ คุณแม่ทานไปคุณกับคุณพ่อไป บอกกันไปว่าอร่อยจังเนอะแม่เนอะ ยังไม่ต้องชวนคุณลูกนะค่ะ แกล้งทำเป็นคุณกับคุณแม่ว่าดีนะลูกไม่ทานไม่มีคนแย่ง ต้องทำท่าอร่อยด่้วยนะค่ะ เวลาผ่านไปคุณลูกต้องอย่างลองแน่นนอน เข้าทางค่ะ เราต้องแสดงละครกันหน่อยหละตอนนี้่ ทำเป็นหวงค่ะ ไม่ค่อยอย่างให้ทาน ทำเป็นบอกมันอร่อยอย่างนั้น อย่างนี้ รับประกันค่ะ ว่าสำเร็จแน่
     ข้อสองนะค่ะเด็กไม่ชอบทานเพราะผักจะเหนี่ยวชิ้นใหญ่ เราต้องมาแปลงร่างผักกันหน่อยค่ะ ทำอย่างไรหรือค่ะ  แบบที่หนึ่งชุบแป้งทอดกรอบค่ะ แต่ต้องชิ้นเล็กพอดีคำนะค่ะ แบบว่าเข้าปากที่เดียวหมดค่ะ แบบที่สองแปลงร่างโดยการทำผักให้เป็นขนม  เช่นนำผักบุ่ง หรือผักกาด มาสับกับกุ้ง หรือหมู ที่คุณลูกชอบ แล้วห่อด้วยแผ่นเกี้ยว นำไปต้มหรือนึง หรือจะทอดก็แล้วแต่นะค่ะ ให้เรียกเมนูนี้ว่าอะไรก็ได้แต่ขึ้นชื่อว่า ขนม เช่น ขนมเกี๊ยว  ห้ามมีคำว่าผักเด็กขาด มันเป็นจิตวิทยาเล็กๆ ของเด็กค่ะ ถ้าเป็นขนมหละก็เท่าไหร่เท่ากัน
     พอถึงเวลาลูกสุดที่รักต้องเข้าโรงเรียน ก็จะปรับตัวทานผักได้มากขึ้นเพราะว่าอิทธิพลจากเพื่อนและคุณครูค่ะ เราอยาจจะเน้นให้คุณครูช่วยดูหน่อยก็ดี
แต่ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่คือตัวอย่างที่ดีค่ะ สวนลูกคือกระจกค่ะ ต้องเริ่มจากตัวเราก่อนนะค่ะ
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเวลา และการเอาใจใส่ค่ะ  ถ้ายังมีปัญหาใด ลองเข้ามาคุยกันได้ตลอดนะค่ะยินดีเสนอค่ะ

ลูกใจร้อน เอาแต่ใจ ทำงัยดีี

เพิ่มคำอธิบายภาพ
1.ง่ายๆ เลยค่ะ ถ้าลูกสุดที่รักของคุณกำลังใจร้อน ลองหันกลับมาดูตัวคุณ และคนรอบข้างลูกคุณ ว่าพฤติกรรมเป็นเช่นไร อย่างเช่น เวลาลูกคุณทำข้าวของตกเลอะเถอะ คุณดุ และเสียงดังทันทีเลยหรือเปล่า ถ้าตอบว่าใช้ ก็เป็นแบบอย่างที่ลูกจะเรียนแบบโดยที่ไม่รู้ตัว ตัวคุณเองต้องใจเย็นก่อนค่ะ
2. คุณพ่อคุณแม่และคนใกล้ตัว ตามใจลูกมากไปหรือเปล่า เช่น ลูกร้องแอ๊ะเดี่ยวก็รีบโอ๋และตามใจทันทีนั้นแหละค่ะสาเหตุที่ทำให้ลูกรู้ทันคุณ ว่าถ้าร้องจะได้สิ่งที่เขาต้องการ ต้องใช้เหตุผลค่ะ อาจจะทำอยากหน่อยถ้าคุณพ่อคุณแม่เป็นคนที่หงุดหงิดง่ายแต่ท่องไว้นะค่ะเพื่อลูกค่ะ
3.กอดค่ะ เด็กทุกคนต้องการความอบอุ่น หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ก็ต้องการเหมือนกัน เพราะฉนั้นกอดทุกครั้งที่ทำได้ กอดไปด้วยบอกรักไปด้วย ได้ผลหลายอย่างค่ะทั้งความอบอุ่นทั้ง ความมันใจของลูกคุณเอง ทำง่ายใช้ไหมค่ะ