Buscar

วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2554

The parents came to me ฉันทำร้ายลูก


 พ่อ แม่ รังแก ฉัน
พ่อแม่บางคน ()
ทำร้ายลูกด้วยการรักเขามากเกินไป ผลก็คือ เกิดภาวะรักจนหลง ลูกของตนถูกทุกอย่าง ลูกของตนดีกว่าคนอื่นเสมอ อันส่งผลให้ลูกกลายเป็นคนมีอัตตาสูง เชื่อมั่นตนเองในทางที่ผิด ชอบดูถูกคน เป็นตัวปัญหา แต่ไม่ยอมรับว่า ตนเป็นคนสร้างปัญหา
พ่อแม่บางคน ()
ทำร้ายลูกด้วยการตามใจเขามากเกินไป ผลก็คือ พ่อแม่กลายเป็นข้าช่วงใช้ของลูก ส่วนลูกกลายเป็นลูกบังเกิดเกล้าที่พ่อแม่ต้องยอมให้เขาทุกอย่าง ที่หนักกว่านั้น ก็คือ ถ้าพ่อแม่ไม่ยอมตามที่ลูกต้องการ ลูกบางคนก็ถึงขั้นทุบตีทำร้ายพ่อแม่
พ่อแม่บางคน ()
ทำร้ายลูกด้วยการไม่กล้าห้ามปรามสั่งสอนเมื่อลูกทำผิด ทำเลว ทำบาป ผลก็คือ ลูกสูญเสียสามัญสำนึก แยกแยะถูกผิด ดีชั่ว ไม่เป็น มองไม่เห็นเส้นแบ่งทางจริยธรรมว่า ดีเป็นอย่างไร ชั่วเป็นอย่างไร จึงกลายเป็นนักเลงอันธพาลระรานคนเขาไปทั่ว
พ่อแม่บางคน ()
ทำร้ายลูกด้วยการให้เงินลูกเพียงอย่างเดียว ผลก็คือ ลูกไม่รู้จักคุณค่าของเงิน ไม่เห็นคุณค่าของผู้ที่หา/และให้เงิน ยิ่งได้เงินมาก ยิ่งผลาญเงินเก่ง มีเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอใช้ และทั้งๆ ที่ใช้จ่ายเงินสูง แต่กลับมีคุณภาพชีวิตต่ำ
พ่อแม่บางคน ()
ทำร้ายลูกด้วยการไม่ยอมให้ลูกเรียนรู้ที่จะพึ่งตนเอง เกรงว่าหากให้ลูกทำอะไรด้วยตนเองแล้วเขาจะลำบาก ผลก็คือ เมื่อโตขึ้น ลูกกลายเป็นลูกแหง่ที่พึ่งตนเองไม่ได้ ทำอะไรด้วยตนเองไม่เป็น ยิ่งเติบโตยิ่งเป็นตัวปัญหาของสถาบันครอบครัว
พ่อแม่บางคน ()
ทำร้ายลูกด้วยการไม่ยอมส่งเสริมให้ลูกได้รับการศึกษาที่ดี มัวแต่สนใจลงทุนในการทำธุรกิจเป็นร้อยเป็นพันล้าน แต่ไม่รู้จักลงทุนในการสร้างลูกให้เป็นปัญญาชน ผลก็คือ ลูกเติบโตแต่ตัว แต่ทว่ามีสติปัญญาที่ต่ำต้อย ขาดทักษะการคิด การใช้เหตุผล การทำงาน การเข้าสังคม เขาไม่เพียงแต่ไม่สามารถร่วมเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมเท่านั้น แต่ยังสร้างปัญหาให้สังคมอีกต่างหาก
พ่อแม่บางคน ()
ทำร้ายลูกด้วยการมุ่งทำแต่งานสังคมสงเคราะห์นอกบ้าน โดยลืมไปว่า คนที่ตนต้องสงเคราะห์ก่อน ดูแลก่อน ต้องให้ความรักก่อน ก็คือลูก ผลก็คือ แม้จะกลายเป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่ประสบความสำเร็จนอกบ้าน สังคมสรรเสริญ แต่กลับเป็นพ่อแม่ที่ล้มเหลวในบ้าน และลูกกลายเป็นเด็กที่ขาดความรัก ความอบอุ่น ไม่พร้อมจะแบ่งปันความรักและความอบอุ่นให้กับใคร
พ่อแม่บางคน ()
ทำร้ายลูกด้วยการไม่รู้จักยกย่องชมเชยลูกเมื่อเขาประสบความสำเร็จในการเรียน ในการทำงาน หรือในการทำกิจกรรมใดๆ ก็ตาม ผลก็คือ ลูกกลายเป็นคนใจคอคับแคบ ยกย่องชมเชยใครไม่เป็น เมื่อเห็นคนอื่นได้ดีมีความสำเร็จ เขาจึงเป็นนักอิจฉาริษยาตัวฉกาจ ที่จ้องแต่จะหาทางทำลายคุณงามความดีของคนอื่น
พ่อแม่บางคน ()
ทำร้ายลูกด้วยการไม่รู้จักสอนเขาให้รู้จักบาปบุญคุณโทษ ผลก็คือ เมื่อโตขึ้น เขาจึงพร้อมจะผละหนีพ่อแม่ไปอย่างไม่รู้สึกผิด ไม่เห็นความจำเป็นว่า การเป็นลูกที่ดีนั้น จะต้องกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ของตนอย่างไร
พ่อแม่บางคน (๑๐)
ทำร้ายลูกด้วยการไม่สอนลูกให้รู้จักการบำเพ็ญตนเป็นผู้ให้ ผลก็คือ เมื่อโตขึ้น เขาจึงกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ คิดแต่จะกอบโกย คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตัวจนมองไม่เห็นหัวคนอื่น แทนที่จะถือหลัก ยิ่งรวยยิ่งให้ ยิ่งได้ยิ่งแบ่งปันกลับถือหลัก ยิ่งรวยยิ่งคอร์รัปชั่น ยิ่งแบ่งปันยิ่งสูญเปล่า
พ่อแม่บางคน (๑๑)
ทำร้ายลูกด้วยการไม่ยอมให้ลูกรู้จักตัดสินใจด้วยตนเอง ผลก็คือ ลูกกลายเป็นคนขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่กล้าคิด ไม่กล้าพูด ไม่กล้าทำอะไร ส่งผลให้ไร้ภาวะผู้นำ ต้องเดินตามคนอื่นโดยดุษฎี
พ่อแม่บางคน (๑๒)
ทำร้ายลูกด้วยการไม่สอนให้ลูกรู้จักสมบัติของผู้ดี ผลก็คือ เขากลายเป็นคนหยาบกระด้างทั้งทางกาย ทางใจ ใจคอโหดหินทมิฬชาติ ขาดความสุภาพอ่อนน้อม ขาดสัมมาคารวะ ไม่รู้จักกาลเทศะ ไม่รู้จักประมาณตน ครองตน ครองคน ครองงานไม่เป็น ไม่เห็นคุณค่าของระเบียบประเพณี กฎหมาย จรรยาจารีตของสังคม ไม่เคารพในศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคนของเพื่อนมนุษย์
พ่อแม่บางคน (๑๓)
ทำร้ายลูกด้วยการไม่แนะนำให้ลูกรู้จักคบเพื่อนที่เป็นกัลยาณมิตร (เพื่อนแท้) ผลก็คือ รอบกายของเขาจึงมีแต่ปาปมิตร (เพื่อนเทียม) คอยประจบสอพลอ คอยหลอกล่อ ให้ทำความเลวทรามต่ำช้า ติดสุรา ยาเสพติด นำพาชีวิตไปในทางเสียหาย ตกอยู่ใต้วังวนของอบายมุข สนุกสนาน ไม่สนใจหาแก่นสารให้กับชีวิต
พ่อแม่บางคน (๑๔)
ทำร้ายลูกด้วยการไม่รู้จักสร้างสภาพแวดล้อมให้ลูกเป็นคนรักการอ่าน รักการเขียน รักการเรียนรู้ รักการเดินทาง ปล่อยให้เขาศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองไปตามยถากรรม ผลก็คือ เขากลายเป็นคนหูตาคับแคบ ขาดความรู้พื้นฐาน ขาดความรู้รอบตัว ขาดความกระตือรือร้น ไม่มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ การคิด พูด ทำ ไม่เฉลียวฉลาดปราดเปรื่อง ขาดความแหลมคม ตามไม่ทันโลก ตกข่าว เป็นคนว่างเปล่าทางความรู้ (รอบตัว) ความคิด จิตใจ และไม่มีรสนิยมอย่างอารยชน
. วชิรเมธี
กาฐมัณฑุเนปาล
๒๙ มกราคม ๒๕๕๒

www.Dhammatoday.com

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2554

คุณแม่ที่กำลังจะกิน ยาลดความอ้วน

                   เรื่องมีอยู่ว่า มีเพื่อนมาชวนพาลูกๆ ไปเล่นน้ำที่สวนน้ำแห่งหนึ่งบนห้าง ด้วยเราเป็นคนที่รักลูก และอยากให้ลูกไปเที่ยวอยู่แล้ว แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าคนเป็นแม่ต้องใส่ชุดว่ายน้ำเพื่อลงไปเล่นน้ำกับลูกด้วย นี้แหละคือประเด็นเลยค่ะ ทำงัยดี เราอายค่ะ เพราะว่าเราอ้วนและไม่มีความมันใจเลยที่จะใส่ชุดว่ายน้ำ เพื่อนจึงแนะนำว่า
                    เคยกินยาละลายไขมันหน้าท้องไหม เราบอกว่าไม่เคย มันเป็นงัยอ่ะ เพื่อนก็เลยแนะนำด้วยความภูมิใจเลยค่ะ ว่ามันเป็นยานำเข้าจากเกาหลี กินวันละ 1 เม็ดก่อนนอน มันจะทำงานขณะเราหลับ เหมือนเรากำลัง ซิดอับหน้าท้อง 100 ครั้ง ซึ่งเพื่อนคนนี้กินยาแล้วไม่มีผลข้างเคียงอะไรเลย แค่ให้ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อที่จะได้ขับไขมันออกทางปัสวะนั้นเอง ซึ่งเพื่อนสามารถการันตีได้ดี เพราะเขาผอมและสวยขึ้น กว่าเมื่อ เดือนที่แล้วที่เราเจอ เราก็ยังถามกับไปว่า มี อ.ย. หรือเปล่า ปลอดภัยแค่ไหน เขาบอกว่ามี ปลอดภัยมาก เพราะเขาซื้อจากคุณหมอ เราก็อยากใส่ชุดว่ายน้ำ แล้วก็อยากจะผอมเพื่อประชดสามีด้วย จึงตกลงกับเพื่อนเก็บเป็นความลับ แล้วฝากซื้อ 20 เม็ด ก่อนเพื่อลองกินดู เพื่อนยังบอกอีกว่า ถ้าแพ้ (ซึ่งเรารับประกันว่าไม่แพ้) เราจะซื้อยาคืนเขาจะเอาไปใ้หเพื่อนคนอื่น เพราะมีเพื่อนที่ถูกแนะนำอีกหลายคนกินแล้วก็ไม่มีใครมีปัญหาอะไร เราก็ยิ่งรู้สึกมั่นใจว่ามีคนกินหลายคน แล้วไม่เป็นไร            
                   อีก 2 วันต่อมา เพื่อนก็เอายามาให้
                   ยาเม็ดแรกที่ ตอน 3 ทุ่ม แล้วก็นอน แอะ! ทำไม ทำไม นอนไม่หลับหละ  เทียงคืนแล้ว  ตี 3 แล้ว  6โมงเช้าแล้ว  หรือว่าเป็นเพราะกาแฟลดน้ำหนักยี่ห้อ หนึ่ง ที่เรากินวันนี้นะ แต่ปกติแล้วก็กินกาแฟสดทุกวันไม่เห็นเป็นอย่างนี้เลย    หาอะไรกินเป็นมื่อเช้าสักหน่อย กินกาแฟแล้วกัน ตอนเทียงค่อยกินข้าว
อ้าวเทียงแล้วหรือ ทำไมไม่หิวเลยเนอะ แต่ต้องกินเดียวจะผอมเร็วเกินไป ซื้อข้าวผัดมากิน กินได้ประมาณ 1 ใน 3 ของกล่อง ก็ไม่อยากกินแล้ว ดีจัง ปกติต้องหมดกล่อง  ว้ายถึงมือเย็นแล้วหรือเนี้ย ป้อนข้าวลูกสาวก่อนนะ กินข้าวลูกที่เหลือนี้แหละ3คำอิ่ม
                   ยาเม็ดที่ 2  ตอน 3 ทุ่ม และแล้วคืนนี้ทั้งคืนก็นอนไม่หลับอยู่ดี จนเช้า แต่ร่างกายก็ยังโอเคนะ หมายถึง ไม่เห็นง่วงตอนกลางวันเลย แต่วันนี้รูกสึกปากแห้ง หิวน้ำตลอดทั้งวัน แล้วก็หิวข้าว แต่กินข้าวได้นิดเดียว
                   ยาเม็ดที่ 3,4,5 อาการเหมือนเดิมคือนอนไม่หลับ หิวน้ำ ปากแห้ง มีกลิ้นปาก ร่ายการเหมือนร้อนใน และ ใจสั้น และเริ่มมีอาการคิดมาก วิตกกังวล จึงโทรไปถามเพื่อน เพื่อนบอกให้กินน้ำเยอะๆ ไม่เป็นไรหรอก แต่นอนไม่หลับไม่น่าเกียวนะ ไปทำอย่างอื่นมาหรือเปล่า
                    ตัดสินใจหาข้อมูลใน net จึงได้คำตอบแน่นอนแล้ว ว่ายาที่เพื่อนให้กิน คือยาลดความอ้วนที่ออกฤทธิ์บังคับที่สมองไม่ให้กินได้ คือยาเฟนเตอมีน เพราะมีผลข้างเคียงต่อระบบหัวใจ และ หลอดเลือด และยาดังกล่าว ยังมีผลข้างเคียงอื่นๆ อีก ได้แก่ นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ความดันโลหิตสูง กระวนกระวาย หัวใจเต้นเร็วใช้ไปนานๆ อาจถึงขึ้นติดยาได้ หรือ ทำให้น้ำหนักที่ลดลงคืนกลับมาอีก รวมทั้งพบอาการอื่นๆ อีก คือ ปากแห้ง อาเจียน ท้องผูก เหงื่อออก ใจสั่น ม่านตาขยาย ประสาทหลอน อาจทำให้เกิดโรคจิตได้ ในรายที่มีอาการรุนแรง จะพบว่า มีไข้สูง เจ็บหน้าอก การไหลเวียนของเลือดล้มเหลว ชัก โคม่า และ เสียชีวิตได้   (จากไทยรัฐ) จึงฟันธงได้เลยว่าเราโดนหรอก แต่ไม่โกรธเพื่อนนะ เพราะมันใจได้เลย เพื่อนโดยหรอกมากอีกที่ จะเอางัยดีหละ ข้อมูลบอกไว้ว่าหยุดยาเลยก็ไม่ได้เพราะจะทำให้เกิด ผลร้ายกว่าคือจะอ้วนมากกว่าเดิมอีก 




ยังไม่จบนะค่ะ รอติดตามค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สวนผึ้งรีสอร์ท


















เดินทางง่ายค่ะ ไปเช้า เย็นเกลับได้ ไม่ต้องพักค้างคืน ทางรีสอร์ทอนุญาติให้เข้าไปถ่ายรูปได้ตอน 11 - บ่าย 2 โมงค่ะ เพื่อไม่ให้ไปรบกวนลูกค้าที่เข้ามาพัก
การเดินทางก็มีป้ายบอกทางตลอดค่ะ หรือจะสอบถามชาวบ้านที่นั้นก็ได้ แต่ถ้ากลัวเสียเวลา ก็ค้นหาแผนที่ใน google ค่ะ มีเยอะแยะเลย

วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ลูกป่วยค่ะ

เมื่อวัน 28 กรกฏาคม 2554 พาลูกไปฉีดวัคซีคไข้หวัดใหญ่ เข็ม 2 มา วันศุกร์ก็ไปโรงเรียนได้ ไม่มีอาการไข้แต่อย่างใด ปรากฏว่าคืนวันเสาร์ ตัวร้อนเลย วัดไข้ได้ 39 องศา เลยอ่ะ ทำงัยดี ให้กินยาลดไข้ก่อน แล้วเช็ดตัวตลอดก่อนแล้วกันนะ ตอนนี้เวลา 22:00 นฬ เป็นห่วงลูกจังเลย
    อยากเป็นไข้เองจัง ทำงัยดีหน่อ  ดูลูกไปด้วย ดูละครไปด้วย  เดี่ยวขอรอดูอาการก่อนแล้วกันนะ ทำใจเย็นๆ ไว้

วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วัดร่องขุ่น เชียงราย หรือ วัดอาจารย์เฉลิมชัยสร้าง




เชียงราย




พาน้องแพงไปเที่ยวตอนอายุได้ 8 เดือน ไปช่วงวันที่ 5 ธันวาม อาการดีมาก แล้ววัดก็สวยมากกก ด้วยเช่นกัน  ถ้ามีโอกาศลองไปเที่ยวชมด้วยนะค่ะ 

ลูกไม่กินข้าว ทานอยาก เลือกกิน

         เป็นปัญหาที่คุณพ่อ คุณแม่หนักใจแน่นอน แต่ทุกปัญหามาทางแก้ค่ะ แต่จะได้ผลมากน้อยแค่ไหน ต้องลองนำไปทำกันดูนะค่ะ น้องแพง ก่อนเข้าเรียน เนอร์เซอรี่ ก็จะทานน้อยค่ะ คุณแม่ ซื้อ พีดีชัวร์มาให้ลอง ก็ทานแต่นมค่ะ ก็ลองมาดูว่าเราให้นมเยอะเกินไปหรือเปล่า ผลออกมาคือใช้ เราให้น้องดื่มนมมากไป

ข้อแรก พยามลดมื้อนมค่ะ ป้อนข้าวเพิ่มค่ะ
ข้อสอง ทุกครั้งที่คุณพ่อคุณแม่ทานข้าว ก็จะมีชามข้าวาน้องนั้งรวมโต๊ะอาหารด้วย คุณพ่อป้อนคุณแ้ม่ คุณแม่ป้อนคุณพ่อ ได้ผลค่ะ น้องบอกป้อนหนูด้วย กินด้วยค่ะ เราก็แกล้งป้อนผิดบ้างถูกบ้าง สนุกสนานกันไป ทำแบบนี้่ทุกวัน
ข้อสาม เด็กส่วนใหญ่เลยนะค่ะชอบทานข้าวนอกบ้านค่ะ คุณพ่อคุณแม่สะดวกก็ลองพาไปอาิทิตย์ละ ครั้ง นะค่ะ
ข้อสี่ หายเพื่อนวัยใกล้เคียงค่ะ แล้วทานพร้อมกัน เล่นไปด้วย ทานไปด้วย แป๊ปด้วยหมดจานแล้วจ้า
ข้อห้า  คุณหมอจะแนะนำให้เด็กทานไข่วันละ อย่างน้อย 1 ฟอง ถามลูกเลยค่ะ จะกินไข่อะไรดีค่ะ ไข่ดาว ไข่เจียว หรือ ไข่ต้ม แล้วก็พาเข้าครัว ให้ลูกเห็นการทำไข่ โดยให้เขามีส่วนรวม เช่นถ้าเลือกไข่ต้ม ก็ให้ลูกเอาหม้อใส่น้ำ ใส่ไข่ แล้วคุณแม่ก็ตั้งไฟ รอจนสุข ลูกได้ทำไข่ต้มเอง ก็จะมีความสุข และยินดีที่จะได้ทานฝีมือตัวเองค่ะ
ข้อหก  พาลูกไปซื้อกับข้าว หรือไปตลาด โดยให้ลูกมีสามารถเลือกอาหารที่ลูกต้องการกินเพื่อให้เขามีส่วนร่วมค่ะ

ลองดูนะค่ะ ได้ผลยังงัยกับบ้างเขียนมาบอกกันด้วยนะค่ะ

อาการหลังฉีดวัคซีค

การฉีดวัคซีนเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายของเด็กสร้างภูมิคุ้มกันของตนเองด้วยเชื้อโรคที่อ่นแรงหรือบางส่วนของเชื้อโรคที่มีฤทธิ์กระตุ้นการส้างภูมิคุ้มกันได้ฉะนั้นเมื่อลูกของท่านรับฉีดวัคซีนในวันนี้แล้วอาจมีอาการบางอย่างเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้เนื่องจากร่างกายมีปฏิกิริยาต่อวัคซีนซึ่งโดยทั่วไป จะมีอาการไม่มากและจะหายไปเอง
  1. ตุ่มหนอง มักเกิดจากวัคซีน บี ซี จี ที่ฉีดที่ไหล่ซ้ายตอนแรกคลอด พบหลังฉีด 2-3 สัปดาห์และเป็นๆ ยุบๆ 3-4 สัปดาห์จึงหายเอง
  2. ปวด บวม แดง ร้อน บริเวณที่ฉีดวัคซีนเด็กอาจจะร้องกวน งอแงได้ ถ้าอาการมาก คุณแม่อาจใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบและรับประทานยาแก้ปวด
  3. ไข้ตัวร้อน มักเกิดในวัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก* ที่ฉีดตอนอายุ 2 เดือน 4 เดือน 6 เดือน 18 เดือน และ 4 ปี คุณแม่ควรช่วยเช็ดตัวลูกด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นหมาด ๆ โดยเฉพาะบริเวณซอกคอ ข้อพับต่างๆ ควรเช็ดมากๆ และอาจให้รับประทานยาลดไข้ประเภท พาราเซตามอล
  4. ไอ น้ำมูก ผื่น อาจพบหลังฉีดวัคซีนพวกหัด หัดเยอรมันไปแล้ว 5 วัน โดยมากจะไม่รุนแรง ถ้าเด็กมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ซึม เพลียมาก ไม่เล่น ดูดนม หรือรับประทานอาหารไม่ได้ต้องพากลับมาพบแพทย์ แต่ถ้าไม่มีอาการอื่น ๆ มักหายเอง แนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ
  5. ชัก มักไม่ได้เกิดจากผลของวัคซีนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันโดยตรง แต่อาจเกิดจากไข้สูงจัดเกินไป ดังนั้นการป้องกันอย่าให้ไข้สูงเกินไป จึงมีความสำคัญมาก และเมื่อเกิดชักแล้วต้องปฏิบัติดังนี้
    1. ผู้ปกครองต้องตั้งสติให้ดี ไม่ตกใจ
    2. จับหน้าของเด็กหันไปด้านข้างด้านใดด้านหนึ่ง หรือ นอนคว่ำเพื่อป้องกันการสำลัก
    3. ไม่แนะนำ ให้เอาของแข็ง เช่น นิ้วมือ ช้อน ไม้ ฯลฯ ใส่ในปาก เพราะจยิ่งทำให้สำลักมากขึ้น ยังไม่เคยพบใครชักแล้วกัดลิ้นตัวเองขาด
    4. รีบนำส่งโรงพยาบาล หรือ สถานพยาบาลใกล้บ้าน
    5. ระหว่างเดินทางถ้าเด็กยังตัวร้อนควรเช็ดตัวมาตลอดทางด้วย

ต้องสังเกตอย่างใกล้ชิดนะค่ะ  และต้องพาลูกเข้ารับวัคซีคให้ครบตามกำหนดด้วยค่ะ   ที่สำคัญทุกครั้งที่ไปพบแพยท์ คุณผู้ปกครองมีสิทธิ์ถามทุกอย่างที่ต้องการรู้จากแพทย์ได้เลย แพยท์ที่ดี เขาต้องยินดีตอบคำถามเราทุกเรื่องค่ะ  การรับวัคซีค สามารถไปตามโรงพยาบาล หรือ คลีนิค หรือ สาธารณะสุขได้เลยนะค่ะ แต่สาธารณะสุข หรือ อนามัยอาจจะไม่ม่วัคซีคบางตัว คุณพ่อคุณแม่ลองโทรสอบถามก่อนเดินทางก็จะไม่ต้องเสียเวลาค่ะ


โดยทั่วไปแล้ว ถ้าเด็กมีไข้ คุณหมอจะไม่ฉีดวัคซีนให้นะค่ะ รอให้หายป่วยก่อนแล้วค่อยไปฉีด



มา : จากแผ่นพับ "วัคซีนน่ารู้" เรียบเรียงโดย นายแพทย์ วีระชัย วัฒนวีรเดช

วัคซีคสำหรับเด็ก สำคัญมากนะค่ะ

วัคซีค

ตารางฉีดวัคซีนสำหรับเด็ก
อายุวัคซีน
แรกเกิด
  • บีซีจีป้องกันวัณโรค
  • ตับอักเสบ บี ครั้งที่ 1
2 เดือน
  • คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้งที่ 1
  • ตับอักเสบ บี ครั้งที่ 2
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ* ครั้งที่ 1
  • โปลิโอ ครั้งที่ 1
(ปัจจุบันมีวัคซีนรวม 6 โรค ในเข็มเดียว)
4 เดือน
  •  คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้งที่ 2
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ* ครั้งที่ 2
  • โปลิโอ ครั้งที่ 2
(ปัจจุบันมีวัคซีนรวม 5 โรค ในเข็มเดียว)
 6 เดือน
  • วัคซีนป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้งที่ 3
  • วัคซีนป้องกันตับอักเสบ บี ครั้งที่ 3
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ* ครั้งที่ 3
  • หยอดโปลิโอ ครั้งที่ 3
(ปัจจุบันมีวัคซีนรวม 6 โคร ในเข็มเดียว)
 9-12 เดือน
  •  หัด คางทูม หัดเยอรมัน ครั้งที่ 1
 1 ปีขึ้นไป
  • อีสุกอีใส *
 1-2 ปี
  • ไข้สมองอักเสบ ครั้งที่ 1 และ 2 โดยให้ห่างกัน 1-2 สัปดาห์ และครั้งที่ 3 ห่างจากครั้งแรก 1 ปี
 1 ปีครึ่ง
  • คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้งที่ 4
  • โปลิโอ ครั้งที่ 4
 2 ปีขึ้นไป
  • ไวรัสตับอักเสบ เอ* 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน
 4-6 ปี
  • คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ครั้งที่ 5
  • โปลิโอครั้งที่ 5
  • หัด คางทูม หัดเยอรมัน ครั้งที่ 2
 หลังจากนี้
  • คอตีบ บาดทะยัก ทุกๆ 10 ปี
(ปัจจุบันมีวัคซีนรวม 3 โรค ในเข็มเดียว - คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน สำหรับฉีดกระตุ้น)
 หมายเหตุ * ให้ตามดุลยพินิจของแพทย์และผู้ปกครอง

สำหรับลูกที่กำลังเข้าโรงเรียน  วัคซีคไวรัสตับอักเสบ A สำคัญมากเพราะสามารถติดเชื่อการอาหาร และของใช้รวมกันค่ะ

หลังฉีดวัคซีน




วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ไปเที่ยวสวนผึ้ง เลี้ยงแกะ ราชบุรี







http://www.youtube.com/watch?v=YMTyGLYhKsQ

ลูกไปโรงเรียนวันแรก

       โรงเรียนอนุบาล หรือ เนอร์เซอรีสมัยนี้ ส่วนใหญ่ จะให้ผู้ปกครองอยู่กับลูกก่อน ในวันแรก และจะให้กับบ้าน ช่วงก่อนเที่ยง เพื่อทำความคุ้นเคยกันก่อน หรือบ้างโรงเรียนจะให้อยู่ ถึง 3วัน ขึ้นอยู่กับว่าเด็กจะปรับตัวได้มากน้อยเพียงใด  ส่วนของน้องแพง คุณแม่อยู่แค่วันเดี่ยวค่ะ วันที่ 2 ก็แอบอยู่ข้างนอกเพื่อดูอาการ ปรากฏว่าเข้ากับเพื่อนและคุณครูได้ดี ก็เลยแอบไปเสริมความงามแล้วกับมารับตอน บ่ายโมง สบายค่ะ
ไปโรงเรียนวันแรก
วันที่ 3 ก็ทำเหมือนวันที่ 2 แต่กลับมารับตอน บ่าย 2 โมงครึ่ง วันต่อๆๆมา ก็สบายเลยค่ะ 4 โมงเย็นได้เลยค่ะ
         ส่วนช่วงเช้า ก็มีอาการนิดหน่อยค่ะ ก็ตื่นเช้า อาบน้ำ แต่งตัว ปกติ ขึ้นรถ แต่พอเลี้ยวเข้าหน้าปากซอยโรงเรียนอาการออกค่ะ แม่ไปซื้อข้าวก่อนนะ หิวข้าวอ่ะ ถึงหน้าโรงเรียนพอดี คุณครูมารับ เบะปากนิดหน่อยค่ะ คุณครูชวนคุย ก็ลืม ค่ะ ประมาณ 2 อาทิตย์ ค่ะ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ
         มีโอกาศได้คุยกับคุณครูว่า เพื่อนๆ น้องแพงแต่ละคนว่าเป็นงัยบ้าง ก็มีน้องบางคน ร้องเป็นเดือนก็มีนะค่ะ หรือไม่ร้องเลยก็มี ที่อยากที่สุดก็เคือไม่ให้ความรวมมือใดๆทั้งสิ้น ก็มี แต่่ก็เป็นส่วนน้อย เพราะเพื่อนๆในห้องจะเป็นฑูตตัวน้อยๆ ที่จะช่วยกับปรับตัวกับเพื่อนๆ ค่ะ เพราะฉะนั้นคุณผู้ปกครองไม่ต้องเป็นห่วงนะค่ะ ต้องใจแข็งค่ะ ไม่ใช่ว่าลูกร้องก็ตามใจ ไม่ไปก็ไม่ไป ให้คิดไว้เสมอว่ามีกรณีเดียวเท่านันที่ไม่ให้ไปโรงเรียนก็คือ ลูกป่วยค่ะ สุดท้ายยังไงก็ปรับตัวได้ค่ะ
         ลองดูนะค่ะ เป็นงัยมาบอกกันฟัง หรือมาพูดคุยกันบ้างนะค่ะ ว่าประสบการณ์ของใครเป็นงัยบ้าง

วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เลี้ยงลูกอย่างไรให้เก่ง และ เป็นคนดีด้วย

เลี้ยงลูกให้เก่ง

          ถ้าลูกไม่อยากอ่านหละ จะทำไงดี    คุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ปกครอง ก็พาลูกเข้าร้านหนังสือ ให้เขาเลือกหนังสือที่เขาอยากอ่านเอง โดยคุณพ่อ คุณแม่ก็คอยดูเนี้อหา ว่าเหมาะสมหรือไม่ เป็นหนังสืออะไรก็ได้ กาตูร์ ก็ได้ค่ะ ลองเริมดูนะค่ะ


        

      มีโอกาศได้อ่านหลังสือเล่มหนึ่งซึ้่งเป็นหนังสือของเกาหลี ที่เป็นประเทศที่ใช้เงินเกี่ยวกับการศึกษาศึกษามาที่สุดในโลก  เขาแนะนำไว้ง่ายๆ อ่านแล้วคิดว่าน่าจะปฎิบัติได้จริง  พอจะสรุปได้ดังนี้ค่ะ

สอนให้ลูกอ่าน
       การอ่านเป็นหัวใจหลังเลยนะค่ะ ถ้าลูกเรามีพื้นฐานการอ่านที่ดี ก็จะส่งผลไปยังหลายๆ ด้าน เช่นสามารถเข้าใจถึง โจยท์ข้อสอบต่างๆ และ สามารถอธิบายความต้องการของตัวได้เป็นอย่างดี แต่การอ่านที่ดีต้องเร่ิมจากอ่านภาษาท้องถิ่นแต่ละประเทศให้ได้ก่อน เช่นเราคนไทย ลูกเราก็ต้องมีความรู้ด้านภาษาได้เป็นอย่างดี แล้วภาษาที่ 2 ที่ 3 ที่คุณพ่อ คุณแม่สมัยนี้ต้องการ ก็จะออกมาได้ดีเลยค่ะ คิดตามง่ายๆ นะค่ะ ถ้าภาษาไทยยังพูด-ฟังไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง แล้วจะสอนภาษาอื่นให้เข้าใจได้อย่างไรค่ะ ที่เกาหลีเขามีโรงเรีียนต้นแบบ สำหรับให้นักเรียนอ่านหนังสือทุกวันก่อนเข้าห้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นหนังสืออะไรก็ได้ที่เด็กชอบ 10 นาที โดยมีห้องที่ไม่เข้ารวมการอ่าน มาวัดผลกัน ปรากฏว่าห้องที่อ่านหนังสือทุกเช้าก่อนเข้าห้องเรียน ออกมาผลการเรียนก้าวหน้ามากกว่า 20% โดยเฉพาะเด็กที่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับการเรีียนอ่อน ก็มีผลการเีรียนที่ดีขึ้น นักวิชาการที่เกาหลีได้สรุปไว้ว่า การอ่านหนังสือตอนเช้า เหมือนเป็นการบริหารสมอง ให้สมองมีการ วอมก่อนการเรียน  นั้นาคือเวลาที่ดี แต่ก็สามารถอ่านได้ทั้งวันนะค่ะ แต่ต้องเริ่มจาการสมัครใจ ไม่ใช้อ่านเพราะโดนบังคับ

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

โรงเรียนอนุบาลปราณี และ เนอร์เซอรี่

      โรงเรียนอนุบาลปราณี และ เนอร์เซอรี อยู่ใน ซอยอุดมสุข 41 เป็นโรงเรียนที่มีแค่เด็กเล็กๆ  แผนก เนอร์เซอรี ถึง  อนุบาล 3  เป็นโรงเรียนที่อยู่ในซอยอุดมสข เดินทางสะดวก และไม่มีของมาขายหน้าโรงเรียน ที่สำคัญบ้านทุกหลังในซอยน่ารักมาก ช่วยเหลือ และ อำนวยความสะดวก กับการใช้รถใช้ถนน น่ารักทุกันทุกคนเลยนะค่ะ บริเวณหน้าโรงเรียนไม่มีรถ หรือ ร้านขายขนม ลูกอม หรือของเล่นที่จะต้องทำให้ผู้คุณผู้ปกครองต้องเสียเงิน หรือไม่ต้องกลัวว่าลูกที่เป็นสุดที่รักจะซื้อลูกอบ ขนมที่ไม่มีประโยชน์ บริเวณภายในโรงเรียนจะแบ่งเป็นแผนก มีลักษณะเป็น สองฝัง มีสนามเล็กเล็ก กำลังดีน่ารัก ไม่ใหญ่เกินไป คุณครูสามารถดูแลได้ทั่วถึง ถึงภายในจะดูว่าเล็กนะค่ะ แต่บรรยกาศอบอุ่นมากค่ะ ห้องเรียนสะอาดห้องน้ำดูแล้วความปลอดภัยสูง ปลอดภัยจากการลืนล้ม หรือ เชื้อโรคต่างๆ นานา เพราะมีเวณทำความสะอาดทุก 1 ชม.
เลย ห้องอาหาร แยก ระหว่าง ห้อง เนอร์เซอร์รี่ และห้องอาหารเด็กโต คือ อนุบาล  1-3  แผนก เนอร์เซอรี่ จะมี ด้วยกัน แค่ 2 ห้อง รับตั้งแต่ 1 ขวบขึ้นไปค่ะ แต่คุณครูไม่ได้รับเด็กทุกคนนะค่ะ คุณพ่อแม่ต้องไปคุยกับคุณครูก่อน ว่ามีความคิด หรือ แนวทางเป็นอย่างไรกันบ้าง ค่าเทอมสามารถชำระเป็นรายเดือนได้ด้วยนะค่ะ และยังมีบริการอาหารเช้าสำหรับเด็กที่ทานข้าวเช้าที่บ้านไม่ทัน เพิ่มแค่เดือนละ 300 บาท โดยที่จะมีคุณครูมาดูแล และ ควบคุมให้ลูกทานอาหารเช้าด้วยค่ะ ส่วนเวลาเลิกเรียน ผู้ปกครองสามารถมารับได้ตั้งแต่ บ่าย 2 ถึง 4โมงเย็น สามารถช้ากว่านั้นได้นิดหน่อย โดยเราสามารถโทรไปแจ้งคุณครูนิดหนึ่ง หรือถ้าคุณแม่รับหลังจากเลิกทำงานแล้วก็ต้องเสียค่าอาหารมื้อเย็นเพิ่มให้คุณลูกด้วยค่ะ แค่เดือนละ 500 บาท  ถูกมากนะค่ะ เพื่อนน้องแพง บางคนคุณพ่อ คุณแม่ทำงานเลิกเย็นก็จะฝากคุณครู ถึง 6 โมงเย็น  นอกจากนั้นยังเป็นโรงเรียนที่เปิดโอกาศให้คุณพ่อ คุณแม่สามารถมาแอบดูการเรียนการสอน ของลูกได้ตลอดเวลา ด้วยค่ะ ดีมาก  คุณแม่ได้มีโอกาศไป ปฐมนิเทศ มา คุยแม่ยิ่งประทับใจมากค่ะ เดียวว่างจะเล่าให้ฟังต่อนะค่ะ


ที่สำคัญ ส่วนตัวแล้วมีความรู้สึกว่าเป็นโรงเรียนเอกชลที่เป็นโรงเรียนเพื่อให้การศึกษาอย่างแท้จริง ไม่ใช่โรงเรียนที่มีธุรกิจการศึกษาบังหน้า

คุณแม่ฝากช่วยอุดหนุนด้วยนะค่ะ   หาเงินทุนการศึกษาให้ลูกสาวค่ะ

www.jewelrymodern.com
โปรโมชั่นนะค่ะ คุณลูกค้าที่แจ้งว่าทราบมาาจาก Blogger นี้ ซื้อครบ 300 ส่งฟรีค่ะ



โีรงเรียนอนุบาลในกรุงเทพ

Anxiety.png โรงเรียนอนุบาลเฉพาะ อ.1- อ.3
ชื่อโรงเรียนเขตจังหวัด
  อนุบาลบ้านไทยวัฒนาเขตวัฒนากทม.
  อนุบาลกุ๊กไก่คลองเตยกทม.
  อนุบาลเชาวน์ดีคลองสานกทม.
  อนุบาลสุวาวรรณคลองสานกทม.
  อนุบาลราชเดชคันนายาวกทม.
  อนุบาลโชติมาจตุจักรกทม.
  อนุบาลเซนต์จอห์นจตุจักรกทม.
  อนุบาลปรางทิพย์จตุจักรกทม.
  อนุบาลแย้มสอาดจตุจักรกทม.
  อนุบาลรุ่งวิทยาจตุจักรกทม.
  อนุบาลเศรษฐบุตรจตุจักรกทม.
  อนุบาลอาภาภิรมย์จตุจักร  กทม.
  จินดามณีจอมทองกทม.
  อนุบาลพรพิมพ์จอมทองกทม.
  อนุบาลเกษรดอนเมืองกทม.
  อนุบาลดอนเมืองบริรักษ์ดอนเมืองกทม.
  อนุบาลธนินทรดอนเมืองกทม.
  อนุบาลนกน้อยตลิ่งชันกทม.
  อนุบาลจารุเวช ทวีวัฒนากทม.
  อนุบาลบ้านโดมทุ่งครุกทม.
  อนุบาลวรรณบูรณ์ศึกษาธนบุรีกทม.
  อนุบาลแสงอรุณธนบุรีกทม.
  อนุบาลฐนิตาบางกอกน้อยกทม.
  อนุบาลชุติมาบางกะปิกทม.
  อนุบาลทองฤทัยบางกะปิกทม.
  อนุบาลวิมลทิพย์บางกะปิกทม.
  อนุบาลนพรัตน์บางขุนเทียนกทม.
  อนุบาลวันเฉลิมบางขุนเทียนกทม.
  อนุบาลชัยพฤกษ์บางเขนกทม.
  อนุบาลอนงค์นาฏบางเขนกทม.
  อนุบาลเด่นหล้าบางแคกทม.
  อนุบาลยุวภัทร   บางแคกทม.
  นวพัฒน์วิทยาบางซื่อกทม.
  อนุบาลแสงโสมบางซื่อกทม.
  อนุบาลบุษกรบางพลัดกทม.
  อนุบาลเปล่งประสิทธิ์สีลมบางรักกทม.
  อนุบาลเครือคล้ายบึงกุ่มกทม.
  อนุบาลมารีนิรมลบึงกุ่มกทม.
  อนุบาลศรีนครพัฒนาบึงกุ่มกทม.
  อนุบาลสายสุดาบึงกุ่มกทม.
  อนุบาลตันติเมธประตูน้ำกทม.
  อนุบาลจินดาพรประเวศกทม.
  อนุบาลจินดารัตน์ประเวศกทม.
  อนุบาลเปล่งประสิทธ์ศรีนครินทร์ประเวศกทม.
  อนุบาลมารียาประเวศกทม.
  อนุบาลเปล่งประสิทธิ์สายลมพญาไทกทม.
  อนุบาลบ้านหวานพระโขนงกทม.
  อนุบาลดารวีภาษีเจริญกทม.
  อนุบาลธีรานุรักษ์ภาษีเจริญกทม.
  อนุบาลบ้านสวนภาษีเจริญกทม.
  อนุบาลบ้านสวนและเนอสเซอรี่   ภาษีเจริญกทม.
  อนุบาลจิตรเกษมมีนบุรีกทม.
  อนุบาลหมีน้อย(แพนด้า)ราชเทวีกทม.
  อนุบาลบูรณะศึกษาราษฎร์บูรณะกทม.
  อนุบาลปัญญาศักดิ์ราษฎร์บูรณะกทม.
  อนุบาลแสงอารีย์ราษฎร์บูรณะกทม.
  ปิยะพงษ์วิทยาลาดพร้าวกทม.
  อนุบาลโชคชัยลาดพร้าวลาดพร้าวกทม.
  อนุบาลเยี่ยมนุชลาดพร้าวกทม.
  อนุบาลวรวรรณาลาดพร้าวกทม.
  อนุบาลช้างเผือกวังทองหลางกทม.
  อนุบาลทองฤทัยวังทองหลางกทม.
  อนุบาลบ้านครูวังทองหลางกทม.
  อนุบาลราชพงษาวังทองหลางกทม.
  อนุบาลเทพสุดาสวนหลวงกทม.
  อนุบาลบ้านริมคลองสวนหลวงกทม.
  อนุบาลศรีเสริมวิทย์สวนหลวงกทม.
  อนุบาลสุวัฒนาสวนหลวงกทม.
  อนุบาลจันทร์เจ้าสาทรกทม.
  วรนาถวิทยาสายไหมกทม.
  อนุบาลปิยะพัฒนาสายไหมกทม.
  อนุบาลอมรรัตน์สายไหมกทม.
  เลิศหล้า เพชรเกษมหนองแขมกทม.
  อนุบาลก้องหล้าหนองแขมกทม.
  อนุบาลนัยนาหนองแขมกทม.
  อนุบาลยุวมิตรหนองแขมกทม.
  อนุบาลเข็มทองหลักสี่กทม.
  อนุบาลฉัตรเฉลิมหลักสี่กทม.
  อนุบาลโชคชัยห้วยขวางกทม.
  อนุบาลทรงวิทย์ห้วยขวางกทม.
  อนุบาลวัฒนานิเวศน์ห้วยขวางกทม.
  อนุบาลยุคลธรหัวหมากกทม.
  อนุบาลเฟื่องฟ้าทองผาภูมิกาญจนบุรี
  อนุบาลมณียาบางบัวทองนนทบุรี
  อนุบาลจุติพรปากเกร็ดนนทบุรี
  อนุบาลดวงใจเมือง
โรงเรียนคือบ้านหลังที่ 2 ของลูกนะค่ะ






     ยังมีอีกมากมายที่ไม่มีรายชื่อยู่ในนี้นะค่ะ คุณพ่อคุณแม่ควรจะเริ่มจากโรงเรียนที่ใกล้บ้านที่สุด แล้วเริมต้นสำรวจด้วยตัวท่านเอง ไปดูให้เห็นกับตาม ลองพิจารณาโดยเอาตัวคุณลูกของเราเป็นเกณฑ์นะค่ะ
แล้วเราจะมาคุยกันเรื่อง หัวข้อใดบ้างที่ต้องพิจารณาเป็นสำคัญต่อไป อย่าลืมว่าโรงเรียนคือ บ้านหลังที่ 2 ของลูกนะค่ะ ถ้าไม่มีความสุขที่จะอยู่ในบ้านแล้ว ก็คงจะยากที่เราจะพัฒนาลูกที่เป็นสุดที่รักของเราใช่ไหมค่ะ


คุณพ่อคุณแม่ท่านใด มีความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ เรามาคุย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กัุนได้ตลอดเวลานะค่ะ

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วิธีให้ลูกเลิกขวดนม

ขวดนม
เลิกขวดนม
โดยทั่วไปุคุณหมอจะแนะนำว่าให้เลิกขวดนม เมื่ออายุ 1 ปี อย่างช้าสุดไม่เกินปีครึ่ง โดยเมื่อลูกอายุประมาณ 9 เดือนก็ค่อย ๆ ชวนดื่มจากแก้ว และให้ดูดจากหลอดอย่างสนุกสนาน คนเลี้ยงพ่อแม่ก็ทำด้วย ลูกจะได้เลียนแบบ          หลังจากปีครึ่ง เด็กจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ และมักจะมีการต่อต้านมากขึ้น มักจะเลิกได้ยาก แม่บางคนเป็นห่วง กลัวลูกได้นมน้อยก็ยอม ๆ ไป  แต่ถ้าทำไม่ได้ไม่เป็นไร ลองมาดูวิธีไหนบ้างที่จะลองไปทำได้




1.กำหนดไว้ว่าอยากให้ลูกเลิกตอน ไหนดี แล้วคุณพ่อ คุณแม่บอกลูกล่วงหน้าเลยว่า เดือนหน้าจะไม่กินขวดนมแล้วนะ พูดทุกวัน ทุกครั้งที่ให้ขวดนม พูดแล้วให้เขาตอบหรือเข้าใจ เมือถึงวันที่ตกลง คุณพ่อ คุณแม่ต้องใจแข็งแล้วทำตาม ร้องก็ต้องร้อง ห้ามใจอ่อนเด็ดขาด แค่เมื่อเดี่ยวค่ะ ง่ายไหมค่ะ ลองมาดูวิธีที่ 2
2.ขวดนมเสีย โดยวิธีทำให้ขวดเหม็ดทุกขวด เช่นเอากะปิมาทา หรือผงกระหรี่  หรือ บอระเพชร อะไรก็ได้ที่ลูกไม่ชอบ แล้วให้เขาดม แล้วเอานมกล่องให้แทน
3.ทำจุกนมให้รูกว้างขึ้นเพื่อให้นมหกเลอะใส่ตัว แล้วบอกว่ามันเสียหมดแล้ว 
4.อันนี้ยากหน่อย หักดิบเลยค่ะ เอาขวดนมไปเก็บให้หมด ห้ามให้เห็๋น คุณพ่อ คุณแม่ต้องใจแข็งสุดๆๆๆ


           สำหรับน้องแพง เลือกทำข้อ 1 ค่ะ ตอนครบรอบวันเกิด 2 ขวบค่ะ ร้องประมาณ 1/2 ชั่วโมงจนหลับไป แล้วก็ไม้กินขวดนมอีกเลย
แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลมากนะค่ะ ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำสำคัญต้องให้ลูกรู้จักนมกล่อง หรือการใช้หลอด หรือพาลูกไปซื้อแล้วแบบดูดโดยให้ลูกเป็นคนเลือกเองแล้วบอกเขาว่าแก้วดูดนมนะลูก




ลองดูนะค่ะ ได้ผลยังไงบอกกันด้วยนะค่ะ หรือมีวิธีเด็ด ก็นำมาแนะนำกันบ้างนะค่ะ